เรื่องเล่า

ไพ่ 78 ใบ กับแสงจันทร์

ที่มาของศาสตร์ไพ่ทาโรต์ สิ่งที่เราเลือกจะเชื่อและไม่เชื่อ และเหตุผลที่ทุกอย่างของเราตั้งชื่อตามดวงจันทร์

ไพ่ทาโรต์ไม่ได้เริ่มจากการทำนาย

เรื่องนี้ทำให้หลายคนแปลกใจ แต่ไพ่ทาโรต์เกิดขึ้นในอิตาลีช่วงกลางศตวรรษที่ 15 ในฐานะ ไพ่สำหรับเล่นเกม ชื่อว่า carte da trionfi หรือที่รู้จักกันในชื่อ tarocchi เป็นเกมของชนชั้นสูงที่มีไพ่พิเศษ 22 ใบไว้กินไพ่ใบอื่น ซึ่งต่อมากลายเป็นชุดที่เราเรียกว่า Major Arcana

ไพ่ชุดนี้ถูกใช้เล่นเกมอยู่ราวสามร้อยปี โดยไม่มีใครใช้ทำนายอะไรเลย

จุดเปลี่ยนอยู่ที่ปลายศตวรรษที่ 18 ในฝรั่งเศส เมื่อมีผู้เสนอว่าไพ่ชุดนี้สืบทอดมาจากภูมิปัญญาอียิปต์โบราณ ข้อเสนอนั้นไม่เคยมีหลักฐานรองรับ และนักประวัติศาสตร์ปัจจุบันถือว่าไม่เป็นความจริง แต่มันจุดกระแสให้คนเริ่มใช้ไพ่ทาโรต์ทำนาย และมีการออกแบบสำรับสำหรับการทำนายโดยเฉพาะขึ้นเป็นครั้งแรก

ภาพไพ่ที่คนทั่วโลกคุ้นตาที่สุดมาจากสำรับที่เผยแพร่ในปี 1909 วาดโดยศิลปินหญิงชื่อ Pamela Colman Smith ซึ่งเป็นคนแรกที่ใส่ภาพเล่าเรื่องลงในไพ่ชุดเล็กทั้ง 56 ใบ จากเดิมที่เป็นเพียงสัญลักษณ์เรียงกัน ความสำเร็จของสำรับนั้นมาจากงานภาพของเธอเป็นหลัก แม้ชื่อของเธอจะถูกจดจำน้อยกว่าที่ควรมาตลอดศตวรรษ

แล้วเราเชื่ออะไร

เราไม่ได้บอกว่าไพ่รู้อนาคต และเราไม่ได้อ้างว่ามันเชื่อมโยงกับพลังลึกลับใด ๆ

สิ่งที่ไพ่ทำได้จริงและทำได้ดีมาก คือ เป็นตัวช่วยให้คนพูดถึงเรื่องที่พูดยาก ภาพบนไพ่เป็นภาพกว้างพอที่แต่ละคนจะมองเห็นสถานการณ์ของตัวเองในนั้น และการที่มีใครสักคนอ่านมันให้ฟัง ทำให้เรื่องที่วนอยู่ในหัวถูกเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดได้เป็นครั้งแรก

หลายครั้งคำตอบอยู่ในใจคนถามอยู่แล้ว เขาแค่ต้องการพื้นที่ที่ปลอดภัยพอจะพูดมันออกมา นั่นคือสิ่งที่เราตั้งใจสร้าง

และนี่คือเหตุผลที่เราตั้งข้อห้ามไว้กับตัวเอง ถ้าไพ่ทำงานด้วยการช่วยให้คนคิดได้ชัดขึ้น การฟันธงเรื่องความตาย โรคร้าย หรือการบอกว่าความสัมพันธ์จะจบแน่นอน ก็ไม่ได้ช่วยใครคิดอะไรได้เลย มีแต่จะฝังความกลัวเอาไว้ เราจึงไม่ทำนายเรื่องเหล่านั้น ไม่ว่าจะถูกถามตรงแค่ไหน

ทำไมต้องดวงจันทร์

ทุกแพ็กเกจของเราตั้งชื่อตามดวงจันทร์ ตั้งแต่จันทร์นำทาง จันทร์ทายทัก จันทร์ทอแสง จันทร์กระจ่าง จันทร์เต็มดวง ไปจนถึงจันทร์ทรงกลด เหตุผลมีสามข้อ

จันทร์นำทาง
ทายทัก
ทอแสง
กระจ่าง
เต็มดวง
ทรงกลด

ดวงจันทร์ไม่เคยอยู่นิ่ง

มันข้างขึ้นข้างแรมทุกคืน ไม่มีคืนไหนเหมือนกันเป๊ะ เหมือนกับที่เราเชื่อว่าไม่มีอะไรถูกกำหนดตายตัว คำทำนายจึงเป็นการอ่านจังหวะ ไม่ใช่การประกาศคำพิพากษา

แสงจันทร์ไม่แยงตา

มันสว่างพอให้มองเห็นทาง แต่ไม่จ้าจนต้องหลบสายตา เราอยากให้คำทำนายเป็นแบบนั้น คือบอกความจริงได้โดยไม่ทำให้คนอ่านเจ็บ

คนมองจันทร์ตอนคิดอะไรไม่ตก

คืนที่นอนไม่หลับเพราะมีเรื่องค้างใจ คือคืนที่คนเงยหน้ามองฟ้า เราอยากอยู่ตรงนั้นพอดี ในจังหวะที่ยังไม่มีใครให้คุยด้วย

ส่วนคำว่า มนต์ตรา มาจากความรู้สึกสองอย่างที่อยากให้อยู่ด้วยกัน คือความขลังของสิ่งที่อธิบายไม่หมด กับความเป็นเครื่องหมายที่อ่านออกได้ ไพ่ก็เป็นแบบนั้น เป็นภาพที่ต้องตีความ ไม่ใช่ข้อความที่อ่านแล้วจบ

ไพ่ของเราสร้างขึ้นใหม่ทั้งสำรับ

เราไม่ได้ใช้ภาพจากสำรับของคนอื่น ไพ่ทั้ง 78 ใบเป็นงานที่สร้างขึ้นเองภายใต้โทนสีเดียวกันทั้งชุด คือคราม ทอง และแสงจันทร์ เพื่อให้เวลาไพ่หลายใบออกมาพร้อมกัน มันดูเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ภาพหลายชิ้นที่บังเอิญมาอยู่ด้วยกัน

ด้วยเหตุนี้เราจึงนำภาพไพ่มาขายเป็นไฟล์ได้อย่างสบายใจ และรายได้ส่วนนั้นกลับไปเป็นทุนสร้างชุดต่อไป

ทักแอดมิน